เรื่องของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่คุณควรรู้

เรื่องของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่ผู้ขอสินเชื่อควรต้องทราบและศึกษารายละเอียดให้ดี เพราะ
ทุกค่าใช้จ่ายที่คุณต้องสูญเสียไปนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่คุณอาจต้องเสียอีกมากมายในอนาคต สำหรับตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่เราสามารถพบเห็นได้ อาทิเช่น
– ค่าอากรแสตมป์สำหรับการใช้จ่ายกับสถาบันทางการเงินที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ
– ค่าธรรมเนียมในขั้นตอนของการชำระเงินคืน ส่วนนี้จะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ข้อตกลงของทางสถาบันการเงินกับหน่วยงานผู้รับชำระเงิน เช่น ชำระเงินกับธนาคารก็อาจจะราคาหนึ่ง ชำระเงิน
กับไปรษณีย์ก็อาจจะอีกแบบหนึ่ง ชำระเงินกับเคาร์เตอร์เซอร์วิสก็อาจอีกแบบหนึ่งรวมถึงเรื่องของการชำระเงินในพื้นที่เดียวกันจังหวัดเดียวกันก็จะแตกต่างจากการชำระเงินแบบข้ามจังหวัดต่างจังหวัด เป็นต้น
– ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับขั้นตอนการในขอตรวจสอบเรื่องข้อมูลเครดิต
– ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับขั้นตอนการตามเพื่อการถามกการทวงหนี้สิน
– ค่าใช้จ่ายสำหรับการออกบัตรใหม่ให้แก่ผู้ขอสินเชื่อ (ในกรณีที่เกิดการสูญหายหรือเกิดการชำรุด
ใด ๆ เกิดขึ้น)
– ค่าใช้จ่ายสำหรับการขอรหัสบัตรใหม่แทนรหัสบัตรตัวเก่า
นอกจากนี้สิ่งที่คุณควรทราบเป็นอย่างมากหากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะขอสินเชื่อ ก็คือ
– สถาบันทางการเงินต้องไม่คิดเงินแบบคิดทบต้นเป็นอันขาดนั่นหมายถึง ห้ามมิให้สถาบันทางการเงินคิดเงินส่วนนี้รวมเข้ากับหนี้สินที่ผู้ขอสินเชื่อยังคงค้างชำระไว้ไม่ว่าผู้นั้นจะค้างชำระเงินแก่ผู้ให้สินเชื่อมาเป็นระยะเวลานานเพียงใดแล้วก็ตาม หากคุณเกิดพบเห็นหรือเจอสถาบันทางการเงินใดกระทำผิดกระทำการคิดเงินแบบทบต้นคุณสามารถทำการแจ้งไปที่หน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือแจ้งไปที่สำนักงานแบงค์ชาติได้เลยคะ
– หากมีเรื่องการร้องเรียนเกิดขึ้นทางสถาบันทางการเงินต้องทำหน้าที่ ต้องสนใจต่อข้อร้องเรียนนั้นๆ ไม่ควรเพิกเฉยและต้องทำการแจ้งผลกลับมายังผู้ร้องเรียนภายใน 7 วัน (นับตั้งแต่วันที่ผู้ร้องเรียนเริ่มทำการร้องเรียน)